Blogger นี้มีไว้ใช้สำหรับการเรียนวิชาอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จิตกับสมอง

1.จิต กับ การทำงานของสมอง เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกออกได้ยากสำหรับคนทั่วไปหรือภาวะทั่วไป

ที่ต้องพูดถึง"การทำงานของสมอง" เพราะจะได้ความหมายที่ถูกต้องกว่า

ถ้ากล่าวถึงสมองอย่างเดียว จะกลายเป็นเฉพาะโครงสร้างที่ประกอบด้วย เซลล์ประสาท เส้นประสาท ทางเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเซลล์ประสาท สารสื่อสารระหว่างประสาท.....ซึ่งก็จริงอย่างที่หลายๆท่านกล่าว คือเมื่อคนตายก็เป็นก้อนสมองก้อนหนึ่งที่หยุดทำงานไปแล้ว

แต่ถ้าพูดถึง "การทำงานของสมอง" จะเป็นการมองภาพรวม

2.ชาติ-การเกิดนั้น หมายถึงการเกิดของขันธ์๕
นับทั้งรูป และ นาม..... ไม่ใช่เกิดเฉพาะรูป แต่นามเป็นของเก่าที่ยืนพื้นถ้าเห็นว่านามเป็นของเก่าที่ยืนพื้น "มั่นคงดุจเสาเพนียด" จัดเป็นสัสตทิฏฐิแบบสาติภิกษุ
(แต่ถ้าจะคุยให้ ลุงมี กับ ป้าสีฟัง ก็ใช้คำว่า เวียนว่ายตายเกิดก็ได้.... ขืนคุยกันอย่างที่คุยกันนี้ รับรองว่าคุณลุง-คุณป้าฟังไม่รู้เรื่อง
และอย่าไปกังวลสัสตทิฏฐิมากเกินไป เพราะอุจเฉทิฏฐิเลวร้ายกว่าสัสตทิฏฐิมากนัก
สัสตทิฏฐิปิดกั้นมรรค-ผล ไม่ห้ามมนุษย์โลก และสวรรค์-พรหมโลก
อุจเฉททิฏฐิ ท่านว่าลงนรกลูกเดียว)

เวลาตายจิตดวงสุดท้ายในภพเก่าดับ พร้อมกับมีจิตดวงใหม่เกิดใหม่ในภพใหม่ทันที เปรียบเสมือนการส่งไฟจากตะเกียงดวงเก่าที่กำลังมอดดับลงไปยังตะเกียงดวงใหม่....เพราะเชื้อไฟยังมีอยู่

สิ่งที่ข้ามภพ-ชาติได้ ไม่ใช่จิต....

สิ่งที่ข้ามภพ-ชาติได้ คือ กรรม

คนเราทำกรรม(กัมมภพ)เพราะมีความยึดมั่น-ถือมั่น(อุปาทาน)
พระพุทธเจ้าถึงตรัสว่า เมื่อสิ้นอุปาทานก็ไม่เกิดใหม่(ใน กุตุหลสาลาสูตร)

3.การที่จิตจะแยกจากกายในบางภาวะ เช่น ผู้เข้าสมาบัติขั้นลึก..... เป็นสิ่งที่ต้องประจักษ์ด้วยตนเอง(เรียกว่า ฌานวิสัย) เป็นอจินไตย คือ นึกคาดเดาอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ถ้าไม่ทำได้ด้วยตนเอง

4.มีการผ่าตัดเอาหัวใจเดิมของผู้ป่วยโรคหัวใจโยนทิ้ง แล้วใส่หัวใจจักรกลเข้าไปแทน
ผู้ป่วยก็ยังมีชีวิตอยู่ได้..... ดังนั้น ไม่มีทางเลยที่จิตจะอยู่ในหัวใจ

5.ในยุคปัจจุบัน ครูบาอาจารย์ท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์..... ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ท่านต้องผ่าตัดต่อมลูกหมาก แพทย์หายาชา-ยาสลบไม่ได้ ท่านกำหนดจิตแล้วให้แพทย์ผ่าตัดกว้านต่อมลูกหมากสดๆ..... ถ้ากำหนดจิตเข้าสมาบัติลึกไม่ได้ รับรองว่าช็อคแน่ๆ

6.ไม่ว่า จิต กับ สมองจะแยกจากกันยากสักเพียงใด
ถ้าปฏิบัติจิตภาวนาถูกตามหลักสติปัฏฐานแล้ว ความสุขของใจก็จะปรากฏขึ้นเป็นพยานแก่ตนเอง

7.อย่ากังวลว่าจะไม่ได้เกิดอีก หากจิตเป็นสมองทั้งหมด.....
เพราะการที่ไม่เกิดอีกนั่นล่ะดีที่สุดเลย

8.เรื่อง ของจิต ที่เป็นส่วนประกอบของขันธ์๕ ที่เป็นบุคคลขึ้นมา....

มีคำกล่าวที่ว่า กรรมจะให้ผลที่อัตตภาพ(ขันธ์๕)..... ดังนั้น กรรมสามารถให้ผลได้ทั้งร่างกาย สมอง และจิต!!!

โรคจิต-โรคประสาทหลายชนิด มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
สิ่งที่ทำให้สัตว์นั้นต้องมาเกิดในครอบครัวที่มียีนส์ที่ผิดปกตินั่น คือ"กรรม"นั้นเอง


9.มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า
การนึกคิดที่ดี(พูดง่ายๆว่า จิตดี)ช่วยทำให้สมองทำงานดีขึ้น
การนึกคิดที่ไม่ดี(จิตไม่ดี) ทำให้สมองทำงานแย่ลง .... ถ้าเป็นมากๆก็เป็นโรคจิต-โรคประสาทได้น่ะครับ
ดังนั้น ....สิ่งที่เราควรพยายามคือว่า ทำอย่างไรอารมณ์จะไม่ขุ่นมัว
เรื่องที่ว่า"จิต กับ สมอง จะแยกกันออกได้ไหม" นั้น เป็นเรื่องรอง
จะแยกออกได้ หรือ แยกออกไม่ได้ ก็ช่างมันเถิด.... ใจไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนก็ใช้ได้แล้ว

10.ทั้งจิต สมอง และๆลๆ .....ล้วนแต่ไม่ใช่เรา หรือ ของเราทั้งสิ้น


อ้างอิงที่มา ..... http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?p=45078&sid=3de6de3efaec1d26f01dc1de7d6f8f59

1 ความคิดเห็น: