Blogger นี้มีไว้ใช้สำหรับการเรียนวิชาอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

ทายนิสัยจากเสียงเพลง



> เพลงดังในอดีต คุณชอบระลึกถึงวันแห่งความสุขในอดีต เป็นคนประเภทอนุรักษ์นิยมโดยธรรมชาติ แต่ไม่ก้าวร้าวจนเกินไป และสามารถยืนหยัดด้วยตัวคุณเอง
> เพลงประเภทพั้งค์ เป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและความเป็นอิสระในอารมณ์อย่างแท้จริง คุณมีลักษณะเป็นคนเปิดเผยชอบทำอะไรให้ผิดชาวบ้านออกไป ไม่แคร์ใครทั้งสิ้น
> เพลงร็อคแอนด์โรล คุณไม่สามารถอยู่เฉยได้ ต้องกระตือรือร้นทั้งร่างกายและจิตใจ คุณมีพลังในตัวเอง ชอบแสดงออกและพยายามค้นหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
> เพลงรักหวานซึ้ง คุณเป็นคนโรแมนติกจริงๆ เต็มไปด้วยความรู้สึก คุณชอบที่จะไปปิ๊กนิกหรือตั้งแคมป์ในวันหยุด เป็นคนช่างคิดช่างฝัน เพราะทำให้คุณมีความสุขมากกว่าความเป็นจริง
> เพลงปลุกใจหรือเพลงมาร์ช คุณเป็นคนมีระเบียบ เป็นคนจริงใจซื่อตรงและจงรักภักดีอย่างแท้จริง เป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าพูดกล้าทำ
> ชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ใครที่เป็นคอเพลงลูกทุ่ง หรือจะเรียกให้ดูอินเตอร์ ก็เรียกว่า "เพลงคันทรี" ขอทายเลยนะว่านิสัยจริง ๆ เป็นคนโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่แก่ทุกคน อีกทั้งยังชอบช่วยเหลือผู้อื่น คำว่าเครียดน่ะเหรอ ไม่รู้จักซะหรอกว่าหน้าตาเป็นยังงัย
> ชอบฟังเพลงเก่า ใครหน้าไหนที่มีรสนิยมชอบฟังเพลงเก่า สมัยรุ่นคุณพ่อ หรือประเภทเพลงที่คนร้องเสียชีวิตไปแล้ว พื้นนิสัยเป็นพวกประเภทชอบเพ้อฝัน อารมณ์ขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา และชอบจำชนิดฝังใจ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปแล้วก็ตาม
> ชอบเพลงฮิต ติดชาร์ท สำหรับพวกที่ติดตามกระแสแฟชั่นอยู่ตลอด ไม่เว้นแม้แต่การฟังเพลง พวกนี้เป็นพวกรักสนุก ชอบนักแหละ อะไรสนุกทำหมด... แต่ก็หวั่นไหวง่าย และอยากเป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนฝูงรวมถึงคนรอบตัวด้วย
> ถนัดเพลงเฉพาะแนว คนที่ไม่ชอบฟังเพลงตามกระแสนิยม แต่เลือกฟังในแนวที่ตัวเองชอบเพียงแนวเดียว แสดงว่าเป็นพวกอิสระทางความคิด เป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เชื่อมั่นในตัวเองเป็นที่สุด และมีเป้าหมายรวมถึงจุดยืนในชีวิตอย่างชัดเจน

ประโยชน์ของเสียงเพลง


การฟังเพลง
ถ้าฟังเพลง โดยไม่คิดอะไรวอกแวก ตั้งใจฟังมีสมาธิต้องไม่มีอารมณ์มาแทรกภายใน 2 – 3 นาที ที่เพลงบรรเลงจิตจะนิ่งขึ้น เกิดความสงบ
ประโยชน์การเคลื่อนไหวร่างกายร่วมกับการฟังเพลง
- บริหารสมองสร้างความสมดุลทั่วร่างกายและจิตใจ
- ฝึกการประสานงานของประสาทมองเห็น การมองเห็น การรับฟังและการเคลื่อนไหว
- เพิ่มองศาและกำลังของการเคลื่อนไหว
การฟังเพลงที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะ นุ่มนวล มีชีวิตชีวา สร้างสรรค์ ให้ความหมายที่ดี นอกจากเพลงที่ชอบฟังเป็นประจำแล้ว หากมีเวลาควรฟังเพลงให้ได้หลากหลายประเภท และไม่ควรฟังเพลงพร้อมกับทำงานที่ต้องใช้ความคิด อาจได้งานที่ไม่มีประสิทธิภาพพอ
ประโยชน์ของการฟังเพลง
1. ทำให้มีความสุข และเพลิดเพลิน
2. ลดความเจ็บปวด
3. มีสติความนึกคิดอารมณ์ที่ดี
4. ทำให้ผ่อนคลาย ลดความกังวล
ข้อแนะนำการฟังเพลง
- จังหวะ ช้า ๆ ปานกลาง, เร็ว,กระชับ
- ทำนองเพลงไพเราะ อ่อนหวาน,สนุกมีชีวิตชีวา สดชื่น ร่าเริง แจ่มใส
- เสียงนักร้อง ระดับปานกลางชวนฟัง ทุ้ม นุ่ม ใส กังวาน ชัด
- เครื่องดนตรี ไวโอลิน กีต้าร์ เปียโน ขิม ที่เล่นด้วยมนุษย์ เสียงจะแน่น

วิธีลดความเครียด ดนตรีบำบัด ลดความเครียดด้วยเสียงเพลง


ความเครียดเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุขภาพของเราลดลง ทำให้เราแก่ตัวเร็วขึ้น วันนี้จะเสนอวิธีดนตรีบำบัด เพื่อเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยละความเครียด และเป็นการชะลอความแก่ และ ดูแลสุขภาพด้วยตนเองง่ายๆ 


ฟัง เสียงดนตรีคึกคักใจเราก็อยากเต้นตาม แต่พอเป็นจังหวะสบายๆ เราก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย อย่างกับว่าจังหวะและเสียงนั้นสั่งใจเราได้ก็ไม่ผิดนัก


ด้วย เหตุนี้เอง คนยุคใหม่เลยนำความมหัศจรรย์ของดนตรีมาใช้กับการบำบัดความเครียด นอกเหนือจากการฟังเพลงทั่วๆ ไปแล้วรู้สึกดี ซึ่งจะว่าไปแล้ว ดนตรีไม่ได้เกิดจากจินตนาการในการจับโน่นผสมนี่ของตัวโน้ตอย่างที่เราคิด แต่เป็นการเรียบเรียงที่เป็นแบบแผน และมีโครงสร้างที่สามารถอธิบายในแนวทางวิทยาศาสตร์ได้ ดนตรีจึงสามารถสร้างขึ้นเพื่อนำมาบำบัดมความรู้สึก และอารมณ์เราได้อย่างน่าเชื่อถือ

ดนตรี เป็นสื่อภาษาสากลที่ไม่ว่าคนชาติไหนๆ ก็เข้าใจเนื้อดนตรีเดียวกัน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ ดนตรีจึงสามารถใช้สื่อสารได้กับคนทั้งโลก รวมทั้งการนำมารักษาโรคได้กับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนที่ผิดปกติทางอารมณ์

ตั้งแต่อดีตมาแล้วที่เรารู้จักดนตรี และยังพบว่ามันมีพลังมหาศาลนารรักษาโรค อย่างคนธิเบตก็ใช้วิธีการเคาะระฆัง เคาะชาม และใช้เสียงสวดมนต์ในพิธีกรรม ที่เชื่อด้วยว่าจะช่วยปรับสมดุลใจของเรา คนไทยเราเองก็ใช้การสวดมนต์ ที่นอกเหนือจากเรื่องศาสนาแล้ว ก็ยังเป็นคลื่นเสียงที่ช่วยสงบจิตใจเราให้นิ่งขึ้น

นี่ล่ะที่เป็นเหตุผลที่ว่า เวลาเราซึมเซา อยากกระฉับเฉง แค่เปิดดนตรีฟังสนุกเราก็ตื่นตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ แล้ว ดนตรีจึงมีพลังกับเราไม่น้อยเลย และยังสามารถนำมาจัดการกับความเครียดได้ด้วย เพราะหากเราได้ฟังดนตรีจังหวะผ่อนคลาย การทำงานของสมองเราจะตอบสนองตาม และร่างกายของเราจะเปลี่ยนไป เช่น หายใจเรียบขึ้น หัวใจเต้นช้าลง ความดันเลือกปกติ ม่านตาหดลง กล้ามเนื้อก็ไม่ตึงเกร็ง ผลดีเหล่านี้ทำให้เราศึกษาการใช้ดนตรีมาบำบัดความเครียดกันมากขึ้นเรื่อยๆ และยังรักษาร่างกายที่เจ็บป่วยได้อีกด้วย

ประโยชน์ดนตรีบำบัด

• ลดความวิตกกังวลได้ เพียง เราฟังดนตรีจังหวะช้าๆ ผ่อนคลาย พลางหลับตาจินตนาการภาพที่เรารู้สึกดี เราก็จะลดความตึงเกร็งของร่างกายทุกส่วนลง และยังปรับสมดุลใจเราให้เป็นปกติ

• เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ เพราะเมื่อร่างกายสงบ การไหลเวียนเลือดเป็นปกติ การหายใจผ่อนคลาย และความเจ็บปวดลดลง ร่างกายก็จะตอบสนองเป็นจิตใจที่ดี มีภูมิคุ้มกันยามเจ็บป่วย

• เพิ่มทักษะการสื่อสาร คนที่สื่อสารติดขัด ดนตรียังช่วยปรับคลื่นเราสมองเราให้เป็นปกติ ทำให้เราเรียบเรียงความคิดและการสื่อสารออกไปดีขึ้นได้ รวมทั้งการแสดงออกของเราด้วย

• ทำให้เรามั่นใจขึ้น การขาดความมั่นใจในตัวเองก็เป็นปัญหาทางจิตใจอย่างหนึ่ง แต่หากเราได้บำบัดเป็นกลุ่ม ได้ร้องเพลงร่วมกัน ได้เต้นรำไปด้วย ก็มีการพบว่าเราจะให้ความสำคัญกับตัวเรามากขึ้น มั่นใจในการแสดงออกขึ้น

• เยียวยาบำบัดโรค โรค ในที่นี้มีทั้งโรคทางร่างกาย และโรคทางจิต มีการนำดนตรีมารักษาอย่างจริงๆ จังๆ แล้วมากมาย แล้วพบว่าช่วยให้คนไข้เคลื่อนไหวและควบคุมตัวเองดีขึ้น ลดการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม แก้ปมในใจ และยังสร้างเสริมอารมณ์เชิงบวกได้เป็นอย่างดี

หรือลองมาบำบัดอารมณ์ให้สดใส ด้วยการฝึกใช้ดนตรีให้เป็นประโยชน์ตามนี้

วิธีการบำบัดความเครียดด้วยดนตรี1. เลือกดนตรีที่เรารู้สึกดี ฟังสบาย อาจเป็นทำนองหรือมีเนื้อร้องก็ได้ แต่เหมาะกับอารมณ์ในเวลานั้น เช่น ดนตรีบำบัดเครียด หรือดนตรีเพิ่มความตื่นตัว เป็นต้น

2. เอนหลังไปกับที่นอนหรือเก้าอี้นุ่มๆ ปรับอุณหภูมิหรือห่มผ้าให้อุ่นสบาย

3. เปิดดนตรีฟังสัก 10 – 15 ที หลับตาจินตนาการถึงความรู้สึกดีๆ หรือภาพที่เราประทับใจน้ำ

4. อาจเพิ่มการจุดเทียนหอม หรือเหยาะน้ำมันหอมระเหยเพื่อปรับบรรยากาศห้องเพิ่มก็ได้

ดนตรีเพื่อการผ่อนคลาย


  ปฏิบัติตามขั้นตอนทั้ง 4 ขั้นตอนแรกคือฝึกหายใจ ต่อมาก็การเคลื่อนไหวร่างกาย ฝึกร้องเพลง และฟังดนตรีเพื่อให้เกิดจินตนาการ

            1.ฝึก หายใจ ที่ถูกต้องลึกซึ้ง จะนำไปสู่การสร้างสมาธิ ที่นำความสงบนิ่งมาสู่จิตใจ เริ่มฝึกด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆโดยอกไม่กระเพื่อม ไหล่ไม่ยก หายใจเข้าพุงป่อง หายใจออกพุงยุบ ประมาณ 20-30 ครั้ง เปิดดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ

            2. ฝึกเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดความพร้อมในการทำงาน ผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เช่นการฝึกเหวี่ยงแขนไปมาตามจังหวะเสียงลูกตุ้มนาฬิกา

            3. ฝึกร้องเพลง เป็นการฝึกเพื่อให้พละกำลังที่สะสมอยู่ในร่างกายโดยไม่ได้ใช้ ประโยชน์ แปรเปลี่ยนเป็นกระแสเสียง ด้วยการฝึกหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเปล่งเสียงออกมาฝึกร้องโน้ตดนตรี ฝึกจังหวะหายใจในการร้องเพลง และระหว่างร้องเพลงหน้าตาต้องยิ้มแย้มแจ่มใส

            4.สร้าง จินตนาการ เพื่อให้ร่างกายจิตใจผ่อนคลายเต็มที่ นึกถึงแต่เรื่องสบายใจ เช่นให้นอนราบกับพื้น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ไม่แข็งเกร็ง แล้วเริ่มจินตนาการถึงสิ่งสวยงาม  ตามเสียง
เพลง ที่มีเสียงธรรมชาติอย่างน้ำตก เสียงฝนหรือเสียงนกประกอบ เมื่อรู้วิธีแล้ว ผู้ผ่านการอบรมกลับไปทำเองที่บ้านได้ เพื่อช่วยให้ตัวเองคลายความเครียด จิตใจผ่อนคลายและรู้สึกเป็นสุขได้ง่าย

            ลมหายใจ ดนตรี ชีวิต คืออีกวิธีหนึ่งที่นำดนตรีมาใช้ให้ประโยชน์ต่อจิตใจ เพื่อการผ่อนคลายที่ลึกล้ำกว่าการฟังเพลงตามธรรมดาทั่วไป

ขับกล่อมจิตใจให้ผ่อนคลาย



 


            ใคร ต่อใครที่ชื่นชอบเสียงเพลงมักใจตรงกันว่า ดนตรี นี่แหละช่วยปรุงจิตใจให้กลมกล่อมขึ้นได้ เริ่มสร้างบรรยากาศยามเช้าให้สดใสด้วยเสียงเพลงเบาๆ ภายในบ้าน

            ดนตรี คุณค่าทางจิตใจ ระหว่าง ขับรถไปทำงานเปิดวิทยุฟังดีเจเลือกสรรเพลงเพราะๆให้ฟัง หรือเหนื่อยๆกลับมา บ้านก็ฟังเพลงโปรดคลายอารมณ์เสียหน่อย หากมีฝีไม้ลายมือเล่นดนตรีกล่อมตัวเอง ก็เกิดสุนทรีทางอารมณ์ได้เช่นกัน นี่คือการหาทางออกเพื่อผ่อนคลายอย่างง่ายๆที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องร่ำเรียนวิชาใดๆมา เพราะดนตรีมีคุณค่าทางจิตใจนั่นเอง แค่ได้ยินเสียงดนตรีเพราะๆ ก็ทำให้ผู้ฟังเกิด ความสบายใจเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีได้เช่นนี้แล้ว จึงมีการนำดนตรีมาใช้บำบัดจิตใจในระดับลึกซึ้งไปกว่าการฟังเพลงธรรมดาทั่วๆ ไป เราจึงต้องพบปะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญค่ะ ว่าเขาคิดค้นหาวิธีการนำดนตรีมาคลายเครียดอย่างไรกันบ้าง

            คลาย เครียด ต้องเลือกฟังดนตรีที่มีคุณภาพ เพราะดนตรีเปรียบเหมือนอาหาร มีทั้งที่มีคุณภาพและเป็นขยะ การฟังดนตรีไม่มีคุณภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อการบำบัดจิตใจ

            "ดนตรี ที่มีคุณภาพนั้นจะต้องมีท่วงทำนองสูงต่ำไพเราะ จังหวะของดนตรีจะช้าก็ต้องช้าให้สม่ำเสมอ หรือเร็วก็ต้องเร็วสม่ำเสมอ ไม่ใช่เดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว เพราะหัวใจของเราจะตามจังหวะของเสียงดนตรี เนื้อร้องต้องสร้างสรรค์ ไม่ส่งเสริมไปในทางผิด หรือทำให้ท้อแท้สิ้นหวัง และต้องมีการประสานเสียงที่กลมกลืนถ้ามีดนตรีมากกว่าหนึ่งเสียง และระดับเสียงที่ช่วยให้ผ่อนคลายก็คือไม่ดังมากเกินไป ราวๆ 40-50 เดซิเบลก็เพียงพอแล้ว

            "การ ฟังดนตรีแบบผ่านๆ ไม่ได้ใช้สมาธิหรือกระบวนการเข้าช่วย เป็นเพียงการเบี่ยงเบนความเครียด รากเหง้าของมันยังไม่ได้รับการรักษา การผ่อนคลายอย่างแท้จริง คือการให้ความสุขมาแทนที่ความเครียด เราเลือกสรรเพลงและการปฏิบัติประกอบ ในหลักสูตร ลมหายใจ ดนตรี ชีวิต มี 4 ขั้นตอนในการปฏิบัติ ซึ่งการฝึกตามขั้นตอนดังกล่าว จะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ในระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง"